9 นักเตะเยอรมัน ที่ประสบความสำเร็จในการลงเล่นใน อังกฤษ

ติโม แวร์เนอร์ นักเตะเยอรมัน กำลังเจรจาสัญญากับ เชลซี อีกไม่นานเขาจะย้ายมาเป็นนักเตะใหม่ที่อังกฤษด้วยราคา 53 ล้านปอนด์ (2,120 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าแพงมากในเศรษฐกิจแบบนี้ และน่าจะเป็นการซื้อขายเบอร์ใหญ่ครั้งแรกเมื่อตลาดซื้อขายเปิดขึ้น ซึ่งช่วงเวลาการเปิดแท้จริงคืออะไรตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจนัก

แวร์เนอร์ อยากไป ลิเวอร์พูล แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยื้อเวลาเพื่อหวังให้ค่าตัวลดลง ไลป์ซิก ก็ไม่รีรอที่จะรับข้อเสนอจาก เชลซี ในราคาเต็ม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดต่างๆ ที่ยังน่าหวั่นว่า จะมาหรือไม่มา แต่ด้วยสไตล์การเล่น นี่คือนักเตะที่เป็นไปได้ว่าจะประสบความสำเร็จในอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวย้ายของ แวร์เนอร์ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เขาเหมาะสมจริงหรือกับค่าตัวราคานี้ และการมาอยู่กับทีมระดับท็อป 6 ซึ่งเป็นทีมชั้นนำของโลกตัวจริง เพราะราคาอาจเป็นความกดดัน และที่ผ่านมา ดาวยิงที่เคยโด่งดังหลายรายมาที่นี่ทีไรก็เล่นไม่ออก กลายเป็นนักล้มเหลว แต่ถ้าถามถึงนักเตะเยอรมันกลายเป็นขวัญใจแฟนๆ ถึงขั้นประสบความสำเร็จก็มีมากมาย

พาส่อง 9 นักเตะเยอรมัน ที่มารุ่งโรจน์ในเวที พรีเมียร์ ลีก

เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ประสบการณ์ในต่างแดนของ คลิ้นส์มันน์ ก่อนมาที่อังกฤษมีมากมาย เขาอยู่กับทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ โมนาโก ก่อนจะย้ายมาในราคาเพียง 2 ล้านปอนด์ (80 ล้านบาท) ด้วยวัย 30 ปี แม้มีตำแหน่งแชมป์โลก 1990 พ่วงท้าย แต่ใครๆ ก็มองว่าเขาผ่านช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพมาแล้ว เขาจึงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีเท่าที่ควรเป็น หรืออาจมีคนมองว่า 5 ประตูใน เวิลด์ คัพ 1994 เป็นเพราะโชคช่วย

เหตุผลที่ย้ายมา คลิ้นส์มันน์ ไม่พูดมาก เขาบอกเพียงว่า ไม่คิดจะแขวนสตั๊ดที่ โมนาโก และถ้ายังจำกันได้ ก่อนจะอำลาแดนน้ำหอม เขามีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม วิจารณ์เพื่อนผ่านสื่ออย่างหนัก ทำให้อยู่ไม่ครบสัญญาที่เหลืออีกปี

เยนส์ เลห์มันน์

อาร์เซน่อล

มือกาวชุดแชมป์ไร้พ่าย ลงเล่นครบถ้วน 38 นัดเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ย้ายมาในพื้นที่ของ เดวิด ซีแมน ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษที่เหนียวแน่นหนึบและมีบุคลิกเฉพาะตัว แต่เขาก็สามารถทดแทนได้ แม้มีข้อผิดพลาดให้เห็นบ้าง เช่นครั้งที่ผลัก ร็อบบี้ คีน ในกรอบเขตโทษนัดที่เจอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จนเกือบทำให้ไม่ได้สถิติไร้พ่าย แต่ก็ได้มา

ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงอีกครั้งของ เลห์มันน์ คงเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2006 นัดชิงชนะเลิศกับ บาร์เซโลน่า ที่เขาทำฟาวล์ ซามูเอล เอโต้ โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 18 ในที่สุดก็พ่ายแพ้ บาร์เซโลน่า ของ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด แต่โดยรวมแล้ว เขาก็เป็นอีกคนที่มีรางวัลติดมือทั้ง พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ อย่างละสมัย

ดีทมาร์ ฮามันน์

นิวคาสเซิ่ล, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นี่คือหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในยุค 2000 และใช้เวลานานกว่า 10 ปีกับ 3 ทีมใน พรีเมียร์ลีก ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจไม่น้อย เมื่อเฉิดฉายใน เวิลด์ คัพ 1998 แต่ บาเยิร์น มิวนิค ยังขายเขาให้กับ นิวคาสเซิ่ล ในราคา 5.5 ล้านปอนด์ (220 ล้านบาท) ก่อนจะไปที่ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวเพิ่มเป็น 8 ล้านปอนด์ และอยู่ในชุดเทรเบิ้ลแชมป์บอลถ้วย 2000/01

เขาคิดมิดฟิลด์ที่ทุ่มเทสุดขีด และเป็นหนึ่งในทีมมหัศจรรย์ อิสตันบูล 2005 หลังจากคว้าแชมป์ เขาเปิดเผยว่าเขากัดฟันทนเจ็บเล่นต่อทั้งที่นิ้วเท้าหัก และแม้ผ่านช่วงที่ดีที่สุดที่ ลิเวอร์พูล เขาก็ยังย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีก 3 ปี และเป็นผู้เล่นผู้จัดการทีมที่ เอ็มเค ดอนส์

โรเบิร์ต ฮูธ

เชลซี, มิดเดิ้ลสโบรช์, สโต๊ค, เลสเตอร์

นักเตะเยอรมันที่ใช้เวลาทั้งอาชีพในต่างแดนคงหาไม่ง่าย แต่ ฮูธ เป็นหนึ่งในนั้น ตลอดอาชีพนักเตะเขาไม่ไปไกลจากประเทศอังกฤษเลย เมื่อ เชลซี ซื้อเขามาจาก ยูไนี่ยน เบอร์ลิน ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน และเป็นหนึ่งในทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 ปีซ้อนของ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เพราะซูเปอร์สตาร์คับทีม เขาจึงต้องย้ายออกไปเผชิญโชคกับทีมระดับกลาง แต่ก่อนแขวนสตั๊ดเขาก้ยังได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อีกสมัย เมื่อเข้ามาอยู่กับ เลสเตอร์ ของ เคลาดิโอ รานิเอรี่

แพร์ แมร์เตซัคเกอร์

อาร์เซน่อล

แมร์เตซัคเกอร์ ย้ายมายังถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในปี 2011 เมื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ เล็งเห็นปัญหาในแนวรับ หลังจากโดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่มเละ 8-2 แข้งรายนี้ก็ย้ายเข้ามาในไม่กี่วันถัดไป และเขาก็สามารถปรับตัวได้ดี แม้โดนตำหนิว่ามีข้อผิดพลาดบ้าง เชื่องช้าบ้าง แต่ก็มีความเป็นผู้นำ และเป็นกำลังหลัก ลงสนามไปทั้งหมด 221 เกม และเป็นหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์โลก 2014 ของทีมชาติเยอรมนี

น่าเสียดาย ช่วงที่เขาย้ายมาไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุดของ อาร์เซน่อล แต่แม้ไม่มีแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็ยังมี เอฟเอ คัพ 3 สมัย และ ลีก คัพ อีก 1 สมัย ผลงานที่ผ่านมาและบุคลิกของเขายังปูทางให้เขาได้ทำงานต่อไปในอคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล ก่อนขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วย เฟรเดริก ลุงเบิร์ก ช่วงที่ตำแหน่งยังว่างระหว่างรอ มิเกล อาร์เตต้า

โทมัส ฮิทเซิ่ลสแปร์เกอร์

แอสตัน วิลล่า, เวสต์แฮม, เอฟเวอร์ตัน

เท้าซ้ายอันหนักหน่วงคือสิ่งที่ผู้คนจดจำเกี่ยวกับแข้งรายนี้ ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและฉายา “เดอร์ แฮมเมอร์” มาจากการเล่นให้ แอสตัน วิลล่า 3 ฤดูกาล เมื่อโด่งดังเขาก็เลือกกลับบ้านเกิดไปคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา กับ สตุ๊ตการ์ท และย้ายไป ลาซิโอ แม้กลับมาที่อังกฤษอีกครั้งกับ เวสต์แฮม และ เอฟเวอร์ตัน แต่เขาก็ไม่ใช่คนเดิม และต้องแขวนสตั๊ดไปด้วยวัยเพียง 31 ปี

หลังจากอำลาอาชีพไปแล้วในปี 2014 ชื่อเสียงของเขายังโด่งดังจากการเปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ แต่เขาก็ยังทิ้งให้เรื่องราวต่างๆ เป็นปริศนา และบอกว่าเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเกย์ก่อนเปิดตัวไม่กี่ปี

สเตฟเฟ่น ฟรุนด์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เลสเตอร์

หลังจากประสบความสำเร็จกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงยุค 90 แล้วเขาก็ย้ายมาหาประสบการณ์ในอังกฤษกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อปี 1998 ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานถึง 6 ปี เป็นหนึ่งในทีมชุดแชมป์ ลีก คัพ ที่เอาชนะ เลสเตอร์ ในปี 1999 ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก มากกว่า 100 นัด และได้รับการเสนอชื่อเข้าหอเกียรติยศในปี 2009 สิ่งที่เขาได้รับคำชมอยู่เสมอคือความอดทน ซื่อตรง มีระเบียบวินัยแบบชาวเยอรมันจ๋า เขากลับบ้านเกิดแล้วยังได้กลับมาอังกฤษกับ เลสเตอร์ ในช่วงสั้นๆ และมาเป็นผู้ช่วยเฮดโค้ชในปี 2012-2014 ด้วย

มิชาเอล บัลลัค

เชลซี

ถ้าพูดถึงนักเตะเยอรมันของ เชลซี คงไม่มีใครไม่คิดถึง บัลลัค เขาประสบความสำเร็จกับ บาเยิร์น และมองหาความท้าทายใหม่ๆ จึงเลือกมาที่ เชลซี ในปี 2006 นอกจากความแข็งแกร่ง การผ่านบอลของเขาก็ยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำกลางสนาม ระหว่างอยู่ที่ลอนดอนเขาเจออาการบาดเจ็บรบกวนบ้างจนโดนวิจารณ์ว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่เมื่อสลัดอาการบาดเจ็บสำเร็จ เขาก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมในชุดรองแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2008

166 เกมในเวลา 4 ปีอาจฟังดูน้อย แต่เขาก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย กับดับเบิ้ลแชมป์ 2009/10 ก่อนจะกลับไปในที่ที่ผู้คนรักเขาอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

เมซุต โอซิล

อาร์เซน่อล

แม้โดนเสียงวิจารณ์อย่างหนักใน 1-2 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือนักเตะเยอรมันที่โด่งดัง มีฝีเท้าชั้นยอด และอยู่รอดในอังกฤษ เขามีพรสวรรค์ มีทักษะชั้นยอด เป็นแข้งระดับ เวิลด์คลาส แค่เพียงย้ายเข้ามา แฟนๆ ก็ไม่อยากเชื่อสายตา เพราะเขามี 3 ฤดูกาลที่สุดยอดกับ เรอัล มาดริด และยังเป็นหนึ่งในทีมชุดแชมป์โลก 2014 กับทีมชาติเยอรมนี

แต่เมื่อ อาร์แซน เวนเกอร์ จากไปเขาก็ไม่เหมือนเดิม เขาโดนตำหนิว่าไม่มีความพยายาม เสเพล และบางทีอาจจะไม่ใช่นักเตะที่ อูไน เอเมรี่ ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ใครต่อใครกำลังรอดูว่า มิเกล อาร์เตต้า จะพาเขาไปทางไหน เมื่อลั่นวาจาแล้วว่า โอซิล จะยังเป็นกำลังหลัก บางทีเขาอาจมีก๊อกสุดท้าย ที่ยืนัยนว่าเขาประสบความสำเร็จจริงในอังกฤษ

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะยอดเยี่ยม ประสบความสำเร็จ ไม่เฉพาะนักเตะเยอรมัน แม้กระทั่งนักเตะอังกฤษเองก็อาจเจอทั้งความกดดันถาโถม ช่วงเวลา และปัจจัยอื่นๆ ดังนั้นอย่าแปลกใจหากใครสักคนที่มีค่าตัวแพงลิบย้ายมาแล้วทำตามความคาดหวังไม่ได้ สุดท้ายพวกเขาก็แค่เดินออกไปกับความทรงจำต่างจากนี้

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ ข่าวบอล เพิ่มเติมได้ที่นี่ที่เดียว

July 2020
M T W T F S S
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031