ใครอยู่เบื้องหลัง ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง

ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง ในการแข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก และภาพการลุ้นแชมป์แม้ไม่ชัดเจนแต่เชื่อว่าสิ่งที่มใครต่อใครคาดเดาไม่ผิดไปจากที่คิด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเป็นตัวเต็ง แม้เคยร่วงกราวลงไปถึงอันดับ 8 และมีการเปลี่ยนแปลงจ่าฝูงหลายหน้า แต่ที่สุดแล้วมีเพียงตัวจริงเท่านั้นที่อยู่รอด

พาส่อง เบื้องหลัง ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง

ลิเวอร์พูล หมดลุ้นแชมป์แล้วหรือไม่ บางคนอาจบอกว่าใช่ แต่บางคนก็เชื่อว่ายัง แชมป์ก็ต้องแพ้บ้าง อ่อนแอบ้าง แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะแพ้แบบสุดช็อก และโดนถล่มเละอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้มีเบื้องหลัง

23 นัดผ่าน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล มี 67 คะแนน หรือมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในซีซั่นนี้ถึง 27 คะแนน นำลิ่วจนทีมอื่นทยอยกันยกแชมป์ให้ แต่หลังจากแพ้ติดต่อกันหลายนัด และสร้างความผิดหวังสุดขีดด้วยการโดนคู่แข่งสายตรงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาอัดค่าถิ่น 4-1 ก็ดูเหมือนพวกเขาจะหมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ แต่ใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ วันนี้ทางทีมงาน slot999 จะพาทุกท่านไปดูกัน

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์

ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง

2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ฟาน ไดจ์ ลงเล่น พรีเมียร์ลีก ครบถ้วน 38 เกมไม่บกพร่อง แต่เพื่อนคู่หูเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอด

ต้องเชื่อว่านักเตะคนเดียวมีผลต่อนักเตะทั้งทีม ตำแหน่งของ ฟาน ไดจ์ คือปราการหลังกำลังหลัก เขาคือตัวเลือกแรกที่จะขาดไปไม่ได้ ในขณะเพื่อนข้างๆ เปลี่ยนหน้าไป เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป และ โจ โกเมซ ก่อนจะมาลงตัวที่ โกเมซ ซึ่งการขาดเขาไปก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนี่คือคู่แนวรับตัวหลักที่ทีมไว้ใจได้มากที่สุด แม้มีตัวสำรองอย่าง ฟาบินโญ่ และคนที่พร้อมเป็นทุกอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าทั้งสองไม่ใช่กองหลังอาชีพ กระทั่งดาวรุ่งก็ยากที่จะไว้ใจในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ว่ากันด้วยเรื่องแท็คติก “เกเก้นเพรสซิ่ง” เซ็นเตอร์ทั้งสองจะดันขึ้นมาไกลเกือบครึ่งสนาม ฟูลแบ็คสองข้าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เติมเกมบุกสุดมันส์ ไม่ต้องกังวลเกมรับเท่าที่ควร และเพียง 1-2 จังหวะ แนวรุกก็เข้ากรอบเขตโทษไปเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ แต่มันไม่เกิดขึ้นบ่อยนักในฤดูกาลนี้

นอกจากเรื่องฟุตบอล ความเป็นผู้นำของ ฟาน ไดจ์ โดดเด่นในสนาม จึงไม่น่าแปลกใจหากเขาสามารถกระตุ้นเร้านักเตะอีก 10 คนได้ ปลุกเร้าสร้างความฮึกเหิมทำให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่มีอะไรต้องกลัว การสอดขึ้นมาทำเกมจากลูกนิ่งก็ทำได้ดี ใช้ส่วนสูงได้เป็นประโยชน์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจกับการขาดหายไปของคนเดียวทำให้คนที่เหลือสั่นสะเทือน

เจอร์เก้น คล็อปป์

ความอ่อนแอ ของ หงส์แดง

ไม่มีใครถามคำว่าแผนสำรอง สไตล์การเล่นของ คล็อปป์ ชัดเจนและเป็นเอก เป็นสิ่งที่ส่งให้ “หงส์แดง” มีวันนี้ แต่ในเมื่อแท็คติกต้องใช้ความเข้าใจและพลังงาน เขามีทีมที่พร้อมและทดแทนกันได้หรือยัง

รอย คีน นักวิจารณ์ฝีปากกล้าที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม ลิเวอร์พูล เสมอ ตำหนิ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าไม่มีความทะเยอทะยาน แปะป้ายกุนซือชาวเบอรมันว่าทำให้ “หงส์แดง” เป็นแชมป์เก่าสุดห่วย เพราะไม่เคยปลุกทีมอย่างฮึกเหิมออกสื่อว่าจะต้องทำให้ได้ จะต้องป้องกันแชมป์ให้จงได้ แต่กลับเบรกหัวทิ่มหลังจากแพ้ แมนฯ ซิตี้ ว่าเอาแค่ท็อปโฟร์ก็พอแล้ว เสียอย่างนั้น ทั้งที่ผู้จัดการทีมไม่ได้มีแค่แท็คติก แต่ต้องเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ พอกุนซือเป็นอย่างนั้น กัปตันทีมอย่าง เฮนเดอร์สัน และนักเตะคนอื่นๆ ก็พลอยเป็นไปด้วย ไม่มีใครกล้าพูดคำว่าป้องกันแชมป์

อีกความผิดพลาดที่พูดกันได้ไม่จบสิ้น เรื่องการไม่ซื้อกองหลังใหม่แทนที่ เดยัน ลอฟเรน ซึ่งย้ายออกไป เซนิต เป็นการย้ายที่ทุกคนคงคิดเอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากอายุและการแข่งขันภายใน ทั้งที่รู้ว่าจะขาดกองหลังอาชีพ แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ มั่นอกมั่นใจกับการให้โอกาสดาวรุ่งจากอคาเดมี่เช่นนั้นหรือ แม้แนวคิดนั้นทำให้ค้นพบ เทรนท์, เคอร์ติส โจนส์ และ ควีวีน เคลเลเฮอร์ แต่ก็ใช่ว่าจะสบโอกาสทุกครั้งไป และเห็นได้ถึงความต่างของดาวรุ่งกับนักเตะเจนสนาม

บอร์ดบริหาร (และอาจจะทีมแมวมอง)

ความอ่อนแอ หงส์แดง

ค่าตัวของ โชตา 45 ล้านปอนด์ (1,800 ล้านบาท) สูงมาก และด้วยปัจจัยหลายอย่าง เงินฝืด จึงยากที่จะซื้อใครแพงๆ แต่ก็ไม่มีตัวเลือกที่ดูคุ้มค่ามาทดแทน ไม่มีใครรู้อนาคตว่าจะมีกองหลังเจ็บขนาดนี้ แต่ทำไมจึงไม่มีทางเลือก นั่นต่างหากที่สำคัญ

ความผิดพลาดที่ไม่สามารถซื้อนักเตะทดแทนไม่ได้เป็นขี้ที่จะโยนให้ใครเพียงคนเดียว และไม่ควรมีแพะในเรื่องนี้ เราอาจพูดได้ว่ากุนซือหลายรายจู้จี้จุกจิกกับการเฟ้นหาคนที่ต้องการ หากไม่ใช่คนนี้ก็ไม่ต้องการคนอื่น เหมือนอย่างที่ เฟร์ราน โซริอาโน่ พูดถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่าละเอียดลออกับการจะได้ใครสักคน ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เอา แต่ตอนนี้นักเตะที่ว่าซื้อยาก ว่าดีตามสไตล์เป๊ปกลับเบ่งบาน และทีมที่ไม่มีทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ หรือ เควิน เดอ บอรยน์ กลับอยู่ได้ เก็บชัยชนะรัวๆ จนทะยานเป็นจ่าฝูง

โชคร้ายเป็นของทีมแมวมองเช่นกัน เพราะนักเตะบางรายที่ซื้อมาและเล่นได้ดีอย่าง ดิโอโก้ โชตา ก็มาบาดเจ็บไปอีกคน และคนที่น่าจะทดแทนได้อย่าง ทาคุมิ มินะมิโนะ ก็ไม่แจ้งเกิด ดังนั้นพวกเขาจึงมีโจทย์ต้องแก้ตัวเมื่อตลาดซื้อขายในฤดูร้อนมาถึง อย่างแรกคือหาปราการหลังหากการมาของ โอซาน คาบัค ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะ เบน เดวีส อาจไม่ใช่เป้าหมายที่แท้ และยังต้องหาตัวแทน จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ถ้าไม่ต่อสัญญา รวมถึงแนวรุกอีกสักราย ถ้า มินะมิโนะ ไม่กลับมาพร้อมกับฟอร์มที่ดีขึ้นทันตา

พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ความอ่อนแอ หงส์แดง

โปรแกรมหนักหนาเป็นสิ่งที่ทุกทีมต้องเจอหากกล้าๆ ประกาศกร้าวว่าทีมใหญ่ หวังทุกแชมป์ แม้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ลุ้นทุกแชมป์ แต่ความกดดันที่เพิ่มขึ้นในทุกรอบที่ก้าวขาเข้าไป ก็อาจทำให้พวกเขาหมดแรงได้

เป็นเวลา 3 ฤดูกาลแล้วที่ ลิเวอร์พูล ต่อสู้อย่างหนักนับตั้งแต่ คล็อปป์ รับตำแหน่ง พวกเขาพยายามไขว่คว้ารางวัลความสำเร็จอะไรสักอย่าง เคยเข้าชิง คาราบาว คัพ แพ้ และเคยแพ้รอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ เรอัล มาดริด แต่ก็กลับมาแก้ตัวในซีซั่นถัดไป ลองคิดดูว่าการต่อสู้ยาวนานขนาดไหนในฟุตบอลอังกฤษที่ไม่มีวันหยุด ไม่มีเบรกหนีหนาว และต้องเข้ารอบลึกระดับยุโรปติดต่อกัน ทุกคนเหนื่อยล้า เมื่อถึงเส้นชัยคือแชมป์ ก็อยากหยุดยืนนิ่งๆ หรืออยากกินลมชมวิว แม้นั่นไม่ใช่สิ่งที่ คล็อปป์ พอใจ แต่เชื่อว่าเขาเข้าใจ

โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก มันยากและหนักหนาเสมอ หากย้อนเวลาไป 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ กับตำแหน่งจ่าฝูง ไม่มีใครไม่เชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จ และหากตัดภาพไปเมื่อซีซั่นก่อน ความพ่ายแพ้ 3-4 เกมกับคะแนนที่สะสมเอาไว้คงไม่ต้องทำให้พวกเขาลำบาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนว่าสภาพแวดล้อมกำลังซ้ำเติม แต่ไม่ได้ซ้ำเติม ลิเวอร์พูล เท่านั้น เพราะมันเกิดขึ้นกับทุกทีม เมื่อในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนมือของจ่าฝูงหลายหน้า เอฟเวอร์ตัน เชลซี หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุด และเพียงแค่แพ้ไม่กี่นัดก็ร่วงกราว เหมือนที่ แมนฯ ซิตี้ เคยอยู่อันดับ 8 มาแล้ว แต่เมื่อชนะต่อเนื่องก็กลายเป็นจ่าฝูง ซึ่งภาพแบบนี้อาจไม่เกิดขึ้นในฤดูกาลอื่น

ฤดูกาลอันแปลกประหลาด เราสามารถโทษว่าเพราะสภาวะแวดล้อม สนามว่างเปล่า ขาดกำลังใจ ขาดแรงเชียร์ เพราะโคโรน่าไวรัส ตามที่ คล็อปป์ เคยยกมาอ้างอิงทั้งหมด และการพลิกผันของฟอร์มอันสุดจะคาดเดาจากทีมกลางๆ และทีมเล็กที่ทำให้ทุหอย่างยากขึ้นไปอีก แต่หากเป้าหมายของ ลิเวอร์พูล คือท็อป 4 ก็เชื่อว่ามันไม่เกินเอื้อมสำหรับแชมป์เก่า ทุกทีมแพ้เป็น และมีช่วงเวลาอ่อนแอบ้าง แต่พวกเขาจะลุกขึ้นมาได้หรือไม่ ลุกเมื่อไร ใส่เกียร์เดินหน้าในเกมไหน นี่คือสิ่งที่แฟนๆ กำลังสนใจมากกว่าอะไรทั้งหมด และถ้าหากอยากจะติดตาม อ่านข่าวบอล อัพเดทสดใหม่ ทุกวัน ก็สามารถกดติดตามเว็บพนัน sbobet ได้เลย

September 2021
M T W T F S S
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930