ซีเนดีน ซีดาน จากนักตะตำนานลูกหนังสู่กุนซือประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครทำได้

ซีเนดีน ซีดาน เอ่ยชื่อนี้มา แฟนฟุตบอลทั่วโลกย่อมรู้จักกันดีอยู่แล้ว ในฐานะนักเตะตำนาน อดีตกองกลางที่เป็นต้นแบบของจอมทัพ ผู้เต็มไปด้วยเทคนิคและความสง่างามในสนามหญ้า

ในฐานะนักฟุตบอล ไม่มีใครสงสัยในฝีเท้าและความสามารถของซีดานอยู่แล้ว แต่ในฐานะกุนซือ ยังมีคนสงสัยอยู่ไม่น้อย

ซีเนดีน ซีดาน จากนักตะตำนานลูกหนังสู่กุนซือประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครทำได้

“ได้แชมป์เพราะโรนัลโด้” “นักเตะเก่งอยู่แล้ว” “คุมมาดริดใครคุมก็ได้แชมป์”

นั่นคือบางส่วนของคำถามจากแฟนบอลบางกลุ่มที่สงสัยในความสามารถของซีดาน

ย้อนดูผลงาน ซีดาน ทำอย่างไรถึงได้แชมป์

การเข้ามารับงานคุมทีมมาดริดถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์พอสมควร และคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาถึงขนาดนี้ได้

มาดริดเริ่มฤดูกาล 2015-16 กับราฟา เบนิเตซ อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ซึ่งไปทำผลงานดีกับนาโปลี ก่อนจะย้ายมาสู่ซานติอาโก เบร์นาเบว

เก่งมาจากไหนไม่มีประโยชน์ เมื่อ “เอล บอส” ผลงานไม่ดี และไม่มีบารมีที่จะคุมนักเตะได้ สุดท้ายอยู่ได้ครึ่งฤดูกาลก็ปลิวจากเก้าอี้

ทันใดนั้น ซีดาน ก็เป็นตัวเต็งขึ้นมาคุมมาดริดต่อทันที โดยตอนนั้นกำลังทำงานกับชุดกัสตียา หลังจากเป็นผู้ช่วยของคาร์โล อันเชล็อตติ

การแต่งตั้งซีดานขึ้นมาเป็นนายใหญ่ของมาดริด ทำให้หลายคนสงสัยว่า จะไหวหรือไม่? จะดีกว่าเดิมหรือไม่?

แต่ในเวลาแค่ครึ่งปี ซีดาน ฝ่าฟันเสียงวิจารณ์และคำถามต่างๆ ด้วยการพามาดริดคว้าถ้วยแชมเปียนส์ ลีก ในฐานะกุนซือใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 2 ปี หลังจากได้แชมป์ในฐานะผู้ช่วยของคาร์โล อันเชล็อตติ ส่วนคู่แข่งก็คือ แอตเลติโก มาดริด ทั้งสองครั้ง

เท่านั้นยังไม่พอ ฤดูกาลต่อมา มาดริด ก็เข้าไปถึงรอบชิงแชมเปียนส์ ลีก อีกครั้ง โดยคราวนี้เจอกับยูเวนตุส ซึ่งบางฝ่ายมองว่า พลพรรคเบียงโคเนรีเหนือกว่า ด้วยฟอร์มการเล่น และความมั่นใจ บวกกับเข้ามาชิงครั้งที่ 2 ในยุคของมัสซิมิเลียโน อัลเลกรี

เก่งมาจากไหนสุดท้ายก็แพ้ซีดาน และความเก๋าของแข้งมาดริด กลายเป็นถ้วยแชมเปียนส์ ลีก 2 สมัยติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีสโมสรไหนทำได้มาก่อนนับตั้งแต่เปลี่ยนจากชื่อยูโรเปียน คัพ

ฤดูกาล 2017-18 มาดริด ก็เข้าชิงถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรป และชนะลิเวอร์พูลได้อย่างไม่ยากเย็น

กลายเป็นแชมป์เปียนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งแน่นอนว่าคงยากที่จะเทียบสถิตินี้ได้ และไม่ได้เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หรืออาจเป็นศตววรษกว่าจะมีใครทำได้

หมดยุคความสำเร็จแชมเปียนส์ ลีก 3 สมัยติด ซีดาน ขอแยกทางกับ มาดริด เช่นเดียวกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ย้ายไปยูเวนตุส

มาดริด ไปดึงตัว ฆูเลน โลเปเตกี ต่อด้วยซานติอาโก โซลารี แต่สุดท้ายไม่ถึง 1 ปี ก็ต้องเรียกซีดานกลับมา

ฤดูกาล 2018-19 ไม่ได้ถ้วยยุโรป ไม่ว่ากัน เข้าใจได้ว่าฟอร์มการเล่นของนักเตะ และสภาพทีมตอนนั้นไม่สู้ดีนัก

จนกระทั่งช่วงกลางฤดูกาล 2019-20 ฟอร์มการเล่นของ มาดริด เริ่มกระเตื้อง ส่วนนักเตะอายุน้อยหลายคนก็เริ่มฉายแววเด่นขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าหากได้ถ้วยแชมเปียนส์ ลีก อีกครั้ง ก็ต้องยอมรับแล้วว่า ผลงานของซีดานคือประวัติศาสตร์แห่งฟุตบอลจริงๆ

แต่ถ้าไม่ได้อะไรเพิ่ม หรือไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเดิม ก็ไม่ถือว่าเสียหาย เพราะผลงานแชมเปียนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์

ถ้าใครจะมองว่าล้มเหลว ก็คงล้มเหลวเพราะเทียบกับผลงานครั้งก่อนที่เป็นมาสเตอร์พีซของฟุตบอลแบบไม่มีใครเทียบไม่ได้ ไม่ใช่ล้มเหลวเพราะครั้งนี้ทำไม่ดี

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชื่นชอบวิเคราะห์บอลทุกท่าน สนใจเรื่องราวและคำแนะนำดีๆ เพียงแค่กดไปที่ ทางเข้า sbo

รักฟุตบอล ชอบข่าวสารความเคลื่อนไหว ติดตาม ข่าวฟุตบอล รีบอ่านก่อนตกข่าว

November 2020
M T W T F S S
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30